ศูนย์การฝึกนักศึกษาวิชาทหาร มณฑลทหารบกที่42
Search Register

  เข้าระบบ  
ชื่อเรียก

รหัสผ่าน

สมัครสมาชิก
ลืมรหัสผ่าน ?.

  แบบสำรวจ  
ท่านเห็นว่าสถานที่ฝึกภาคสนามปีนี้มีความเหมาะสมหรือไม่
เหมาะสมแล้ว
ควรเปลี่ยนสถานที่ฝึกภาคสนามใหม่

  สุ่มอัลบั้มภาพ  


ประมวลภาพการรับสมัคร นศท. ชั้นปีที่ 1 จ.สงขลา ประจำปีการศึกษา 2561

  นาฬิกา  

  สมาชิกขณะนี้  
บุคคลทั่วไป: 1
ไม่มีสมาชิกขณะนี้

สมาชิกทั้งหมด: 1,005
สมาชิกล่าสุด: yanyan1

   บทความ: เทิดพระเกียรติ   
  • คนไทยโชคดีที่มีในหลวง

  • โครงการแก้มลิง

    โครงการแก้มลิง

     


             “แก้มลิง” กักตุนแล้วระบายน้ำตามแรงโน้มถ่วง      นอกจากปัญหาภัยแล้งแล้ว “น้ำท่วม” ก็เป็นอีกภัยธรรมชาติที่ทำให้น้ำตาไทยเอ่อล้น โครงการ “แก้มลิง” เป็นอีกโครงการที่ช่วยซับความเดือดร้อนของประชาชนชาวไทยซึ่งดำเนินการโดยระบายน้ำจากตอนบนให้ไปตามคลองในแนวเหนือใต้สู่คลองพักน้ำ ขนาดใหญ่ที่ชายทะเล เมื่อระดับน้ำในทะเลลดต่ำกว่าในคลอง ก็ระบายน้ำออกจากคลองทางประตูระบายน้ำ ด้วยหลักการแรงโน้มถ่วงของโลก

     


                เมื่อเดือนพฤศจิกายนพ.ศ.2538 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระราชดำริโครงการแก้มลิงซึ่งเป็นโครงการระบายน้ำ   เพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ณ  พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง เนื่องจากในช่วงฤดูฝนน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยามีปริมาณมาก ประกอบกับมีฝนตกในพื้นที่ กรุงเทพมหานครและปริมณฑลติดต่อกันหลายวัน 
    พร้อมทั้งน้ำทะเลหนุนสูง จึงทำให้เกิดน้ำล้นตลิ่งไหล เข้าสู่พื้นที่ฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งโดยปกติแม่น้ำเจ้าพระยา สามารถรับน้ำได้ประมาณ 3,000 ลบ.ม./วินาที โดยไม่ล้นตลิ่ง    แต่เมื่อปี พ.ศ.2538 ในช่วงฤดูน้ำหลากมีปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาถึง5,500 ลบ.ม./วินาที น้ำจึงล้นตลิ่งและท่วมพื้นที่ทั้งสองฝั่งแม่น้ำเป็นอาณาบริเวณกว้างขวาง   

     


             ทั้งนี้โครงการแก้มลิงเปรียบเหมือนการกินกล้วยของลิงซึ่งจะเก็บกล้วย  ไว้ที่แก้ม ก่อนจะค่อยๆ นำมาเคี้ยวและกินภายหลัง เมื่อนำมาใช้แก้ปัญหาน้ำท่วม ก็ขุดคลองต่างๆ เพื่อชักน้ำมารวมกันไว้เป็นบ่อพักที่เปรียบได้กับแก้มลิง แล้วค่อยๆ ระบายน้ำลงทะเลเมื่อน้ำทะเลลดลง ผลจากดำเนินการโครงการดังกล่าวจึงช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลซึ่งเป็นที่ลุ่มทำให้ระบายน้ำออกได้ล่าช้า

     


    • โครงการแก้มลิง "แม่น้ำท่าจีนตอนล่าง"
    • โครงการแก้มลิง "คลองมหาชัย-คลองสนามชัย"
    • โครงการแก้มลิง "คลองสุนัขหอน"

     


             แนวพระราชดำริเกี่ยวกับการบริหารจัดการด้านน้ำท่วมโครงการแก้มลิงมีพระราชดำริเพิ่มเติมว่า  "...ได้ดำเนินการในแนวทางที่ถูกต้องแล้ว ขอให้รีบเร่งหาวิธีปรับปรุงและเพิ่ม ประสิทธิภาพต่อไป เพราะโครงการแก้มลิงในอนาคตจะสามารถช่วยพื้นที่ได้หลายพื้นที่..."

     


  • โครงการธนาคารข้าว

  • ใต้ร่มพระบารมีจักรีวงศ์

  • ทำไมถึงรักในหลวง - ขอเป็นข้ารองบาททุกชาติไป

     


  • น้ำ คือ ชีวิต

     

     น้ำ คือ ชีวิต

    น้ำแล้ง  น้ำท่วม  น้ำเสีย...ห่วงโซ่ปัญหาที่ส่งผลแก่ทุกชีวิต

    ในแต่ละปีประเทศไทยมีฝนตกเฉลี่ย  ๗๒๓,๒๕๘  ล้านลูกบาศก์เมตร  เป็นปริมาณน้ำท่า  ๒๑๒,๕๐๐  ล้านลูกบาศก์เมตร  โดยเหล่านี้จะไหลลงสู่ห้วย  หนอง  คลอง  บึง  แม่น้ำ  ลำธาร  ในลุ่มน้ำต่างๆ  สำหรับใช้เพื่อการอุปโภคบริโภค  การทำการเกษตร  ตลอกจนใช้ในธุรกิจอุตสาหกรรม  ซึ่งเมื่อถึงช่วงฤดูแล้งของแต่ละปี  น้ำในลำห้วย  หนอง  คลอง  บึง  ต่างๆ  จะแห้ง  หรือหากปีใดฝนตกน้อยไม่ตกต้องตามฤดูกาล  ทิ้งช่วงยาวนานประกอบกับไม่มีแหล่งกักเก็บน้ำ  ทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนน้ำ  ความแห้งแล้งความร้อน  จึงเกิดขึ้นตามมาเป็นภาวะที่เรียกว่า  แล้งซ้ำซาก

            ขณะเดียวกันในช่วงฤดูมรสุมฝนที่ตกในพื้นที่ลุ่มน้ำมีปริมาณมากและตกติดต่อกันเป็นเวลานาน  จนเกิดน้ำไหลบ่ามาตามผิวดินลงสู่ร่องน้ำ  หากลำน้ำใดตื้นเขิน  แคบ  รองรับปริมาณน้ำมากๆ  ไม่ได้  ก็จะเอ่อล้นตลิ่งท่วมพื้นที่ไร่นาและบ้านเรือนเสียหาย  หรือบางสภาพพื้นที่ที่เกิดความผันแปรของธรรมชาติ  เช่น  ฝนตกหนักติดต่อกัน  ๓  วัน  ที่จังหวัดอุตรดิตถ์  ทำให้ปริมาณน้ำฝนสูงถึง  ๓๕๐  มิลลิเมตร  คิดเป็นร้อยละ  ๓o  ของปริมาณ  น้ำฝนต่อปีทำให้เกิดปรากฏการณ์น้ำไหลหลากท่วมอำเภอลับแลกลายเป็น  เมืองบาดาล  สร้างความเดือดร้อนสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก

           จากสภาพน้ำท่วมขังเป็นเวลานานไม่สามารถระบายน้ำออกได้  ก่อให้เกิดปัญหาตามมาคือ  น้ำเน่า  ประกอบกับน้ำใช้  จากบ้านเรือนและโรงงานอุตสาหกรรมที่ไม่มีการบำบัดก่อนปล่อยลงสู่แหล่งน้ำเป็นเหตุทำให้น้ำเน่าเสียส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและสุขภาพอนามัยของผู้คนที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงทั้งความสกปรกกลิ่นเหม็นหรืออาจมีสารเคมีที่เป็นพิษเจือปนอยู่ด้วย

            ห่วงโซ่ปัญหาเหล่านี้  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตระหนักและทรงพระกรุณาพระราชทานความช่วยเหลือในรูปแบบต่างๆ  อย่างครบวงจร

             “...  หลักสำคัญว่าต้องมีน้ำบริโภคน้ำใช้เพื่อการเพาะปลูก  เพราะว่าชีวิตอยู่ที่นั่นถ้ามีน้ำคนอยู่ได้  ถ้าไม่มีน้ำคนอยู่ไม่ได้  ไม่มีไฟฟ้าคนอยู่ได้  แต่ถ้ามีไฟฟ้า  ไม่มีน้ำคนอยู่ไม่ได้...  ”

      (พระราชดำรัสเมื่อวันที่  ๑๗  มีนาคม  ๒๕๒๙
                  ณ  พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน)


  • ในหลวงกับคอมพิวเตอร์

     


  • ในหลวงทรงงานตลอดขณะประทับที่โรงพยาบาลศิริราช

     


  • ในหลวงพระราชทาน 10 ล้านบาท ช่วยเหลือโรงเรียนประสบอุทุกภัย

  • ในหลวงพระราชทานความช่วยเหลือราษฎรจังหวัดกระบี่

  • พระบรมราโชวาท ๒๙ ตุลาคม ๒๕๒๒

  • พระราชกรณียกิจด้านการศึกษา

            

     พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงตระหนักดีว่า การพัฒนาการศึกษาของเยาวชนนั้น เป็นพื้นฐานอันสำคัญของประเทศชาติ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชทรัพย์จัดตั้งมูลนิธิอานันทมหิดล ให้เป็นทุนสำหรับการศึกษาในแขนงวิชาต่างๆ เพื่อให้นักศึกษาได้มีทุนออกไปศึกษา หาความรู้ต่อในวิชาการชั้นสูงในประเทศต่างๆ โดยไม่มีเงื่อนไขข้อผูกพันแต่ประการใด เพื่อที่จะได้นำความรู้นั้นๆ กลับมาใช้พัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าต่อไป

     

                นอกเหนือไปจากนี้แล้ว ทรงมีพระราชดำริให้ดำเนินการจัดทำสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนขึ้น สารานุกรมชุดนี้ มีลักษณะพิเศษที่แตกต่างจากสารานุกรมชุดอื่นๆ ที่ได้เคยจัดพิมพ์มาแล้ว กล่าวคือ เป็นสารานุกรมอเนกประสงค์ที่บรรจุเรื่องราวต่างๆ ที่เป็นสาระไว้ครบทุกแขนงวิชา โดยจัดแบ่งเนื้อหาของแต่ละเรื่องออกเป็นสามระดับ เพื่อที่จะให้เยาวชนแต่ละรุ่น ตลอดจนผู้ใหญ่ที่มีความสนใจ สามารถที่จะศึกษาค้นคว้าหาความรู้ ได้ตามความเหมาะสมของพื้นฐานความรู้ ของแต่ละคน โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิในแต่ละสาขาวิชา การอุทิศเวลาและความรู้ เพื่อสนองพระราชดำริ โดยร่วมกันเขียนเรื่องต่างๆ ขึ้น แบ่งออกเป็น สาขาวิชา คือ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์

               ทรงก่อตั้งกองทุนนวฤกษ์ ในมูลนิธิช่วยนักเรียนที่ขาดแคลน ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อช่วยให้นักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ได้มีโอกาสเข้ารับการศึกษาในระดับประถมศึกษา และระดับมัธยมศึกษา ทั้งยังพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เป็นทุนริเริ่มในการก่อสร้างโรงเรียนตามวัดในชนบท สำหรับที่จะสงเคราะห์เด็กยากจนและกำพร้า ให้ได้มีสถานที่สำหรับศึกษาเล่าเรียน โดยอาราธนาพระภิกษุเป็นครูสอนในวิชาสามัญต่างๆ ที่ไม่ได้ขัดต่อพระธรรมวินัย ตลอดจนช่วยอบรมศีลธรรมแก่เด็กนักเรียน ทั้งนี้ เป็นพระราชประสงค์ที่จะให้เด็กนักเรียน ได้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างศาสนากับการศึกษาควบคู่กันไป อันจะทำให้เยาวชนของชาติ นอกจากจะมีความรู้ด้านวิชาการแล้ว ยังจะทำให้มีจิตใจที่ดี ที่ตั้งมั่นอยู่ในศีลธรรม เพื่อที่จะได้เป็นพลเมืองดีของประเทศชาติต่อไป ในอนาคต

     

                                               

                  โรงเรียนร่มเกล้า ก็เป็นสถานศึกษาในระดับมัธยมศึกษา ในหลายจังหวัดที่เกิดขึ้นจากพระราชดำริ ที่จะให้ทหารออกไปปฏิบัติภารกิจในท้องที่ทุรกันดาร ได้ทำประโยชน์ต่อชุมชน และมีส่วนช่วยเหลือประชาชนในด้านการศึกษา ตามโอกาสอันควร โดยพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ให้ทหารจัดสร้างโรงเรียนขึ้นในจังหวัดนครพนม จังหวัดสกลนคร จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปราจีนบุรีและจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นต้น เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลนสถานศึกษาสำหรับเยาวชน และยังเป็นการส่งเสริมความเข้าใจอันดี ระหว่างเจ้าหน้าที่ทหารที่ไปปฏิบัติภารกิจในพื้นที่นั้นๆ กับราษฎรเจ้าของท้องที่อีกโสตหนึ่งด้วย ซึ่งในการดำเนินงานจัดสร้างโรงเรียน ทางฝ่ายทหารได้ติดต่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และฝ่ายศึกษาธิการ เพื่อเลือกสถานที่ตั้งโรงเรียนที่เหมาะสมกับความจำเป็นที่สุด ซึ่งปรากฏว่าราษฎรในท้องที่ที่มีการสร้างโรงเรียน ได้พากันร่วมอุทิศแรงกายช่วยในการก่อสร้าง ตลอดจนอุทิศทุนทรัพย์สมทบเป็นทุนในการจัดซื้ออุปกรณ์ต่างๆ ที่จะนำไปใช้ในการก่อสร้างโรงเรียน เพื่อเป็นการโดยเสด็จพระราชกุศลด้วย และเมื่อการก่อสร้างโรงเรียนแล้วเสร็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดโรงเรียนเหล่านั้น พร้อมทั้งพระราชทานนามว่า โรงเรียนร่มเกล้า ซึ่งในปัจจุบันมีทั้งโรงเรียนระดับประถมศึกษา และระดับมัธยมศึกษา


  • พระราชดำรัสของในหลวง

  • เรื่อง: ในหลวงทรง "ร้องไห้"

  •  
     
     

    ศูนย์การฝึกนักศึกษาวิชาทหาร มทบ.42 ค่ายพระปกเกล้า ถ.สงขลา-นาทวี
    เลขที่ 187 หมู่5 ต.เขารูปช้าง อ.เมืองสงขลา จ.สงขลา  90000
    โทรสาร 074-336-045 และ 074-336-047


    iWebPack 8291736 ผู้เข้าเยี่ยมชม
    Designed by: Elegant Web Templates